“ขยะ” ที่มากกว่า 2 พันล้านเมตริกตันที่เกิดจากมนุษย์ ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทุกแห่ง โลกของเราทุกวันนี้มีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงเพิ่มมากขึ้น หลายคนเริ่มมองหาการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในธุรกิจที่ใช้บาร์โค้ดถือเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดขยะจำนวนมากจากวัสดุรองพิมพ์ RICOH ได้ตระหนักถึงปัญหานี้ จึงได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นฉลากแบบไม่มีแผ่นรองหลัง (liner) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมความยั่งยืน
Linerless Label คืออะไร?
ฉลากแบบไม่มีแผ่นรองหลังหรือกระดาษรองด้านหลัง ฉลากประเภทนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นโซลูชั่นที่ยั่งยืน ลดระยะเวลาในการทำงานของการผลิตฉลากและลดขยะ
ข้อดีของฉลากแบบไม่มีแผ่นรองหลัง
- จำนวนฉลากต่อม้วนมากขึ้น: ม้วนฉลากแบบไม่มีกระดาษรองหลัง จะบรรจุฉลากมากขึ้น 50% ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนการขนส่งและการจัดเก็บ
- ลดขยะ: ฉลากแบบไม่มีกระดาษรองหลัง ช่วยลดต้นทุนการกำจัดขยะ ซึ่งส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม
- ความยืดหยุ่นในด้านขนาด: ฉลากแบบไม่มีกระดาษรองหลังทำให้มีความยืดหยุ่นในการพิมพ์ฉลากที่มีความยาวแตกต่างกัน
- ประหยัดต้นทุน: การพิมพ์แบบไม่มีกระดาษรองหลังช่วยลดน้ำหนักของเครื่องพิมพ์แบบ mobile printer และลดต้นทุนการจัดส่งม้วนฉลากเนื่องจากน้ำหนักเบากว่าฉลากแบบเดิมถึง 40% ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดต้นทุนการจัดส่งเท่านั้น แต่ยังช่วยประหยัดต้นทุนการจัดเก็บอีกด้วย เนื่องจากฉลากแบบไม่มีกระดาษรองมักจะมีจำนวนฉลากที่มีมากกว่าม้วนปกติ ซึ่งหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องสั่งซื้อและจัดเก็บม้วนฉลากจำนวนมาก
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต: ฉลากแบบไม่มีกระดาษรองหลังไม่ต้องเสียเวลาในการลอกฉลากออกจากกระดาษรองและกำจัดกระดาษรองช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและประหยัดต้นทุน
Linerless Label สามารถนำไปใช้ส่วนงานใดได้บ้าง?
ฉลากแบบไม่มีแผ่นรองหลังสามารถใช้ได้กับอุตสาหกรรมที่หลากหลายเนื่องจากมีความอเนกประสงค์และปรับเปลี่ยนได้ เนื่องจากคุณสมบัติการยึดติดทำให้ฉลากเหมาะสำหรับการติดฉลากทั้งแบบถาวรและแบบลอกออกได้ ตอบสนองความต้องการด้านผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ ได้หลากหลาย อาทิเช่น
- โลจิสติกส์และคลังสินค้า
- ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด (QSR)
- การแปรรูปอาหารในครัว
- ใช้งานร่วมกับเครื่องชั่งอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องติดฉลากอัตโนมัติ